นวนิยาย : ลิขิตรักข้ามข้ามขอบฟ้า (ตอนที่ ๓)
ตอนที่ 3 : ที่นี่...ที่ไหน ?
เช้าวันรุ่งขึ้นที่สภาดาว
วัลโด้เรียกประชุมด่วน คณะกรรมการและทุกคนที่รู้ห้องลับ วันนี้สภาดาวดูวุ่นวาย ทุกคนในสภาหน้าตาเคร่งเครียดทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหตุการณ์ในที่ประชุมเต็มไปด้วยความตึงเครียด กับท่าทีที่ดูกังวลใจของวัลโด้และอาการเดินไปเดินมาแบบนั่งไม่ติด ด้วยความเป็นห่วงลูกสาว
วัลโด้เรียกประชุมด่วน คณะกรรมการและทุกคนที่รู้ห้องลับ วันนี้สภาดาวดูวุ่นวาย ทุกคนในสภาหน้าตาเคร่งเครียดทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหตุการณ์ในที่ประชุมเต็มไปด้วยความตึงเครียด กับท่าทีที่ดูกังวลใจของวัลโด้และอาการเดินไปเดินมาแบบนั่งไม่ติด ด้วยความเป็นห่วงลูกสาว
“ผมขอเสนอให้สร้างดินสอยักษ์ (มนุษย์เรียกว่ายานอวกาศ) ถ้าไม่มีมัน
เราก็ตามเลน่ากลับมาไม่ได้”
ไรเดอร์พูดในที่ประชุม
ไรเดอร์พูดในที่ประชุม
“ผมเห็นด้วย
เราซุ่มศึกษามานานมากแล้ว ถึงเวลาต้องเอาออกมาสร้าง และลองใช้ดูจริงๆสักที”
คณะกรรมการในที่ประชุมเสนอ และกรรมการหลายคนก็เห็นด้วย
“ผมเกรงว่าจะใช้ไม่ได้น่ะสิ
เรามีแค่แบบวาด ถ้าทำขึ้นมาจริงๆ ผมกลัวพวกเราจะเป็นอันตราย”
วัลโด้พูดในฐานะผู้นำ ที่เป็นห่วงประชาชนในดาวอาร์คตุรุส
ไม่ใช่ในฐานะพ่อที่ห่วงลูกสาว
“เราเป็นครอบครัวเดียวกัน
ขาดใครคนใดคนหนึ่งไปก็ไม่อาจเรียกว่าครอบครัวที่สมบูรณ์แบบได้”
คณะกรรมในที่ประชุมท่านหนึ่งกล่าวขึ้น ทุกคนในสภาดาวพยักหน้าเห็นด้วย
คณะกรรมในที่ประชุมท่านหนึ่งกล่าวขึ้น ทุกคนในสภาดาวพยักหน้าเห็นด้วย
วัลโด้ยืนอึ้งกับคำพูดและท่าทีห่วงใยดาร์เลน่าของทุกคนในสภาดาวด้วยความซาบซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูก
เขายิ้มและนัยน์ตาของเขาก็เต็มไปด้วยน้ำตา เขารู้สึกขอบคุณทุกคนอย่างสุดซึ้ง
ที่ยอมเสี่ยงเพื่อลูกสาวของเขา
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!
เสียงวัตถุขนาดใหญ่มหึมาตกกระทบกับพื้นอย่างแรงกล้า เกิดกลุ่มควันโขมง พื้นที่บริเวณโดยรอบสั่นสะเทือนด้วยแรงกระแทกของวัตถุ
เสียงวัตถุขนาดใหญ่มหึมาตกกระทบกับพื้นอย่างแรงกล้า เกิดกลุ่มควันโขมง พื้นที่บริเวณโดยรอบสั่นสะเทือนด้วยแรงกระแทกของวัตถุ
“แฮ่ก อะ แฮ่ก โอ้ย ”
เสียงสำลักควันของหญิงสาวผู้มาจากดินแดนอันไกลโพ้น เธอตะเกียกตะกายออกจากซากเครื่องยนต์เก่าๆที่เต็มไปด้วยควันไฟและประกายไฟ และเดินโซซัดโซเซด้วยสภาพที่อิดโรยไปตามทาง เพื่อขอความช่วยเหลือ ตลอดการเดินทางของเธอ สถานที่ที่เธอมองเห็น ช่างดูแปลกตา วัตถุรูปร่างประหลาด สิ่งมีชีวิตที่นี่ทำทีท่าที่เเสนจะพิลึก แตกต่างจากดวงดาวที่เธออาศัย ที่นี่คือที่ไหน เธอกำลังอยู่ส่วนใดในจักรวาลแล้วจะหาทางกลับบ้านได้อย่างไร
ดาร์เลน่าเดินไปเรื่อยๆ จนพบแสงไฟและวัตถุแปลกประหลาดอีกหลายขิ้นที่วิ่งผ่านไป-มาบนเส้นทางแคบๆ ทันใดนั้นเธอเหลือบไปเห็นฝั่งตรงข้ามมีร้านอาหาร ด้วยความหิวโหย เธอจึงรวบรวมพละกำลังสุดท้ายที่ร่างกายอันแสนบอบบางของเธอพอมีเหลืออยู่ รีบวิ่งผ่านเส้นทางนี้ไปเพื่อไปร้านอาหารฝั่งตรงข้าม ทันใดนั้นเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับเธอ
เสียงสำลักควันของหญิงสาวผู้มาจากดินแดนอันไกลโพ้น เธอตะเกียกตะกายออกจากซากเครื่องยนต์เก่าๆที่เต็มไปด้วยควันไฟและประกายไฟ และเดินโซซัดโซเซด้วยสภาพที่อิดโรยไปตามทาง เพื่อขอความช่วยเหลือ ตลอดการเดินทางของเธอ สถานที่ที่เธอมองเห็น ช่างดูแปลกตา วัตถุรูปร่างประหลาด สิ่งมีชีวิตที่นี่ทำทีท่าที่เเสนจะพิลึก แตกต่างจากดวงดาวที่เธออาศัย ที่นี่คือที่ไหน เธอกำลังอยู่ส่วนใดในจักรวาลแล้วจะหาทางกลับบ้านได้อย่างไร
ดาร์เลน่าเดินไปเรื่อยๆ จนพบแสงไฟและวัตถุแปลกประหลาดอีกหลายขิ้นที่วิ่งผ่านไป-มาบนเส้นทางแคบๆ ทันใดนั้นเธอเหลือบไปเห็นฝั่งตรงข้ามมีร้านอาหาร ด้วยความหิวโหย เธอจึงรวบรวมพละกำลังสุดท้ายที่ร่างกายอันแสนบอบบางของเธอพอมีเหลืออยู่ รีบวิ่งผ่านเส้นทางนี้ไปเพื่อไปร้านอาหารฝั่งตรงข้าม ทันใดนั้นเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับเธอ
เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดดด!
“อ๊ายยยยยยย”
ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นคือวัตถุแปลกประหลาดขนาดใหญ่พุ่งตรงเข้ามาที่เธออย่างแรง พร้อมกับเสียงคล้ายกับวัตถุเสียดสีที่พื้นอย่างแรง เธอตกใจหวีดร้องจนสุดเสียงและหมดสติไปในที่สุด
“เฮ้ย! ตัวอะไรวะ ?”
ชายปริศนาอุทานขึ้นด้วยความตกใจ เขานั่งนิ่งอยู่นาน จึงตัดสินใจเปิดประตูและเดินลงไปดูว่าวัตถุที่ตัดหน้ารถเขาไปคืออะไรกันแน่ สิ่งที่เขาเห็นคือ สภาพหญิงสาวร่างเล็ก สวมชุดลูกไม้สีขาวขาดๆ สภาพมอมแมมพร้อมกับใบหน้าที่ซีดเซียว
ชายปริศนาอุทานขึ้นด้วยความตกใจ เขานั่งนิ่งอยู่นาน จึงตัดสินใจเปิดประตูและเดินลงไปดูว่าวัตถุที่ตัดหน้ารถเขาไปคืออะไรกันแน่ สิ่งที่เขาเห็นคือ สภาพหญิงสาวร่างเล็ก สวมชุดลูกไม้สีขาวขาดๆ สภาพมอมแมมพร้อมกับใบหน้าที่ซีดเซียว
“คะ คะ คนตาย!
ฉันขับรถชนคนตายยยยยยยยย”
เสียงชายปริศนาร้องดัง น้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมใบหน้าที่ซีด ปากสั่น มือสั่น จนทำอะไรไม่ถูก เขารวบรวมสติอันน้อยนิดที่ยังพอหลงเหลืออยู่บ้างพลิกตัวหญิงสาวขึ้นและใช้นิ้วชี้ของเขาไปวางไว้เหนือริมฝีปากของเธอเพื่อเช็คให้แน่ใจว่ายังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตแล้วกันแน่
เสียงชายปริศนาร้องดัง น้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมใบหน้าที่ซีด ปากสั่น มือสั่น จนทำอะไรไม่ถูก เขารวบรวมสติอันน้อยนิดที่ยังพอหลงเหลืออยู่บ้างพลิกตัวหญิงสาวขึ้นและใช้นิ้วชี้ของเขาไปวางไว้เหนือริมฝีปากของเธอเพื่อเช็คให้แน่ใจว่ายังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตแล้วกันแน่
“ช่วยด้วย พ่อคะ ช่วยหนูด้วย”
เสียงพูดเคล้าลมหายใจที่รวยริน คล้ายกับว่าจะหยุดหายใจของดาร์เลน่าเพ้อถึงผู้เป็นพ่อ
“เอาวะ พากลับห้องก่อนละกัน ถ้าขืนไปโรงบาลฉันต้องตายแน่ๆ”
ชายหนุ่มตัดสินใจอุ้มเธอขึ้นรถ และพากลับไปที่ห้องของเขา เพราะเกรงว่าจะมีคนรู้เรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นและเขาจะได้รับความเดือดร้อน
ณ คอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ ใจกลางเมือง ชั้น 15
ห้อง 37
“อึ๊บ! โอยย
ยัยบ้านี่หนักใช่เล่นเลยแฮะ”
เขาอุ้มเธอเข้ามาในห้องนอน และรีบวางเธอลง พร้อมกับหาผ้ามาเช็ดตัวให้เธอ หลังจากเช็ดตัวให้เธอเสร็จ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเสื้อผ้าเก่าๆ โรคคุณชายเจ้าสำอางค์ของเขาก็กำเริบในทันที
เขาอุ้มเธอเข้ามาในห้องนอน และรีบวางเธอลง พร้อมกับหาผ้ามาเช็ดตัวให้เธอ หลังจากเช็ดตัวให้เธอเสร็จ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเสื้อผ้าเก่าๆ โรคคุณชายเจ้าสำอางค์ของเขาก็กำเริบในทันที
“อื้อหืม สกปรก!
ยัยนี่ใส่เข้าไปได้ไงเนี่ย ขาดก็ขาด เสื้อสีขาวจนจะเป็นสีเทาอยู่ล่ะ”
เขาพูดพลางใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้หยิบเสื้อเธอขึ้นมาและรีบรางลง จากนั้นเขาก็เดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าและหยิบเสื้อผ้าจะมาเปลี่ยนให้เธอ เขาค่อยๆเอามือจับที่เสื้อของเธอ หลับตาปี๋ และดึงเสื้อเธอออกเบาๆ มือค่อยๆคลำไปเรื่อยๆเพื่อจะเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สกปรกออกให้เธอ
เขาพูดพลางใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้หยิบเสื้อเธอขึ้นมาและรีบรางลง จากนั้นเขาก็เดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าและหยิบเสื้อผ้าจะมาเปลี่ยนให้เธอ เขาค่อยๆเอามือจับที่เสื้อของเธอ หลับตาปี๋ และดึงเสื้อเธอออกเบาๆ มือค่อยๆคลำไปเรื่อยๆเพื่อจะเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สกปรกออกให้เธอ
“เฮ้ย!...อย่าสั่นดิวะ นี่มึงกำลังช่วยคนใกล้จะตายอยู่นะเว่ย”
ชายหนุ่มพูดกับตัวเอง พร้อมกับข่มสัญชาตญาณเสือร้ายที่มีอยู่ในตัวเขาไม่ให้เกิดอยากล่าขึ้นมาในเวลานี้
ชายหนุ่มพูดกับตัวเอง พร้อมกับข่มสัญชาตญาณเสือร้ายที่มีอยู่ในตัวเขาไม่ให้เกิดอยากล่าขึ้นมาในเวลานี้
“เดี๋ยวนะ นี่มันไม่ใช่..กระดุม”
เขาตั้งใจจะหยิบชายเสื้อทั้งสองข้างเข้าหากันเพื่อติดกระดุมแต่ด้วยความที่มือของเขายังสั่นบวกกับใจที่ดูเหมือนจะเต้นแรงขึ้น แรงขึ้นอยู่ทุกขณะ ที่มือของเขาได้สัมผัสผิวกายของเธอ บวกกับจินตนาการอันแสนจะล้ำลึกของเขาเอง ทำให้มือของเขาไปหยุดอยู่ที่หน้าอกของเธอ
“หยุด! อย่านะโคลด์ เป็นเสือต้องกินเหยื่ออย่างสมศักดิ์ศรี
จะกินเหยื่อไม่มีทางสู้แบบนี้
ได้เป็นหมากันพอดี พอ พอ พอ พอเลยไอ้เสือ”
ชายหนุ่มเตือนสติตัวเอง และรีบเอามือออกจากหน้าออกของเธอ เขารีบใส่กระดุมให้เธอและรีบลุกออกจากห้องไปทันที
ชายหนุ่มเตือนสติตัวเอง และรีบเอามือออกจากหน้าออกของเธอ เขารีบใส่กระดุมให้เธอและรีบลุกออกจากห้องไปทันที
********************************************************************************************************
คำ ปัญญา

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น