นวนิยาย : ลิขิตรักข้ามข้ามขอบฟ้า (ตอนที่ ๕)
ตอนที่5 :
เวลา!
เป็นได้ทั้งผู้สร้างและผู้ทำลาย
เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ของโคลล์
เป็นวันแรกที่ผมรู้สึกสบายใจและโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก หลังจากที่อึดอัดใจกับความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกมาสักพัก ผมเข้าใจแล้วว่าเรื่องบางเรื่อง เราต้องรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้นจริงๆ ถึงจะได้มา ส่วนหนึ่งของหัวใจที่ เคยถูกทำลายจนย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี จากรักครั้งแรกของผมในวันนั้น จนไม่คิดว่าชาตินี้จะสามารถใช้คำว่า #รัก กับใครได้อีก มาวันนี้ ผมสามารถหยิบมันมาวางไว้ที่ตรงกลางใจผมได้อีกครั้ง เพราะเธอ ผู้หญิงที่มากับความมืดในวันนั้น จากที่เคยคิดอยากจะรีบรักษาเธอให้หาย จะได้รีบไปไกลๆจากชีวิตผมซะที แต่ความรู้สึกของผมในวันนี้กลับรู้สึกมีความสุขที่มีเธออยู่ ผมไม่รู้ว่ามันจะดูเห็นแก่ตัวไปไหมถ้าผมจะบอกว่า ผมอยากให้เธอความจำเสื่อมตลอดไป อยากให้ในสมองและหัวใจของเธอ จดจำได้แค่เรื่องราวของผม ผมอยากเป็นครอบครัว อยากเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเธอ แม้ว่าผมจะรู้ทั้งรู้ว่าคงเป็นไปไม่ได้ เมื่อหมดเวลา เธอคงต้องไป
สิ่งที่พอจะทำได้ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่มีเพียงเก็บเกี่ยววันเวลาที่ได้อยู่กับเธอไว้ให้ได้มากที่สุด ไว้นึกถึงว่าครั้งหนึ่ง ผมเคยได้รัก...
เป็นวันแรกที่ผมรู้สึกสบายใจและโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก หลังจากที่อึดอัดใจกับความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกมาสักพัก ผมเข้าใจแล้วว่าเรื่องบางเรื่อง เราต้องรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้นจริงๆ ถึงจะได้มา ส่วนหนึ่งของหัวใจที่ เคยถูกทำลายจนย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี จากรักครั้งแรกของผมในวันนั้น จนไม่คิดว่าชาตินี้จะสามารถใช้คำว่า #รัก กับใครได้อีก มาวันนี้ ผมสามารถหยิบมันมาวางไว้ที่ตรงกลางใจผมได้อีกครั้ง เพราะเธอ ผู้หญิงที่มากับความมืดในวันนั้น จากที่เคยคิดอยากจะรีบรักษาเธอให้หาย จะได้รีบไปไกลๆจากชีวิตผมซะที แต่ความรู้สึกของผมในวันนี้กลับรู้สึกมีความสุขที่มีเธออยู่ ผมไม่รู้ว่ามันจะดูเห็นแก่ตัวไปไหมถ้าผมจะบอกว่า ผมอยากให้เธอความจำเสื่อมตลอดไป อยากให้ในสมองและหัวใจของเธอ จดจำได้แค่เรื่องราวของผม ผมอยากเป็นครอบครัว อยากเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเธอ แม้ว่าผมจะรู้ทั้งรู้ว่าคงเป็นไปไม่ได้ เมื่อหมดเวลา เธอคงต้องไป
สิ่งที่พอจะทำได้ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่มีเพียงเก็บเกี่ยววันเวลาที่ได้อยู่กับเธอไว้ให้ได้มากที่สุด ไว้นึกถึงว่าครั้งหนึ่ง ผมเคยได้รัก...
“วันนี้ฉันว่าง ไปเที่ยวกัน!”
โคลล์ พูดพร้อมทำหน้าบึ้งตึง ทำท่าเข้มวางฟอร์ม ระหว่างที่กำลังทานอาหารเช้ากับดาร์เลน่า
โคลล์ พูดพร้อมทำหน้าบึ้งตึง ทำท่าเข้มวางฟอร์ม ระหว่างที่กำลังทานอาหารเช้ากับดาร์เลน่า
“ผีเข้าป่ะเนี่ย!
ถึงได้เอ่ยปากชวนฉันไปเที่ยว” ดาร์เลน่าหยุดทานอาหาร
นั่งจ้องหน้าโคลล์
“ฉันสบายดี! จะจ้องทำไมเนี่ย พอแล้ว”
โคลล์ทำหน้าเลิ่กลั่ก ทำท่าทางไม่เป็นตัวเอง
โคลล์ทำหน้าเลิ่กลั่ก ทำท่าทางไม่เป็นตัวเอง
“ฉันไม่ไป นายไปเถอะ
เกิดฉันทำตัวเซ่อๆ เดี๋ยวนายอายเพื่อนเปล่าๆ ”
ดาร์เลน่าพูดพลางลุกเอาจานข้าวไปเก็บ
ดาร์เลน่าพูดพลางลุกเอาจานข้าวไปเก็บ
“มีแค่เรา…ฉันไม่ได้ชวนคนอื่น” โคลล์พูดสวนขึ้นอย่างไว
“ห๊ะ! เรา หมายถึง ฉันกับนายเนี่ยหรอ
?”
ดาร์เลน่าพูดพลางทำหน้าตกใจเล็กๆ เพราะที่ผ่านมาคนที่เป็นฝ่ายขอออกไปข้างนอกจะเป็นเธอและมักจะถูกโคลล์สั่งห้ามเสมอ
ดาร์เลน่าพูดพลางทำหน้าตกใจเล็กๆ เพราะที่ผ่านมาคนที่เป็นฝ่ายขอออกไปข้างนอกจะเป็นเธอและมักจะถูกโคลล์สั่งห้ามเสมอ
“ก็... ออกไปข้างนอกเผื่อจะจำอะไรได้บ้างไง
จะได้รีบๆจำได้ รีบๆไปจากฉันซักที รำคาญ”
โคลล์รีบพูดแก้ต่างเพราะกลัวว่าดาร์เลน่าจะรู้ว่าเขาอยากใช้เวลาอยู่กับเธอ
โคลล์รีบพูดแก้ต่างเพราะกลัวว่าดาร์เลน่าจะรู้ว่าเขาอยากใช้เวลาอยู่กับเธอ
“อ่อ..อืม งั้นก็ได้
ฉันก็อยากไปจากที่นี่เร็วๆเหมือนกัน นายจะได้ไม่อึดอัด”
ดาร์เลน่าตอบไปตามน้ำ
ทั้งที่ความจริงเธอไม่ได้ความจำเสื่อม แค่ไม่รู้จะบอกความจริงกับเขาอย่างไร
ว่าเธอไม่ใช่มนุษย์ เธอทำหน้าผิดหวังเพราะคาดหวังว่าโคลล์จะแอบรู้สึกดีๆกับเธอเหมือนที่เธอรู้สึกกับเขา
“อืม”
โคลล์ทำหน้ารู้สึกผิด แม้ในใจจะอยากบอกเธอว่าความจริงแล้วเขารักและอยากอยู่กับเธอ แต่ในใจเขาก็รู้ดีว่า เมื่อความจำของเธอกลับมา เธอก็ต้องกลับไปยังที่ที่เธอจากมาได้อยู่ดี
โคลล์ทำหน้ารู้สึกผิด แม้ในใจจะอยากบอกเธอว่าความจริงแล้วเขารักและอยากอยู่กับเธอ แต่ในใจเขาก็รู้ดีว่า เมื่อความจำของเธอกลับมา เธอก็ต้องกลับไปยังที่ที่เธอจากมาได้อยู่ดี
หลังจากที่ทั้งคู่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกไปใช้เวลาอยู่ด้วยกันข้างนอก
ทั้งคู่ทำเหมือนกับว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่จะได้อยู่ด้วยกัน ดาร์เลน่าดูสดชื่น
และร่าเริงเป็นพิเศษเหมือนเด็กสาวที่ถูกพามาอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้นานาชนิด
เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรงในชีวิตของเธอที่ได้ออกมาเห็นบรรยากาศที่โลกมนุษย์ ได้เจอแสงแดดอุ่นๆ
ลมที่พัดมากระทบผิวกายเธอเบาๆ ภาพที่เธอเห็นคือรอบข้างเต็มไปด้วยกลุ่มคู่รักและครอบครัวที่มาเที่ยวพักผ่อน
พาให้บรรยากาศอบอุ่นขึ้นไปอีก และก็เป็นครั้งแรกของโคลล์เช่นกันที่ได้เห็นรอยยิ้มที่สดใส
ร่าเริงมากขนาดนี้ เขาตกหลุมรักรอยยิ้มของเธอจนนับไม่ถ้วนเลยว่านี่มันรอบที่เท่าไหร่ของวันแล้ว
เขาเอาแต่จ้องหน้าของเธอและยิ้มตาม รอยยิ้มที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้า ทำให้ใจของเขาที่เหี่ยวเฉาเหมือนดอกไม้ที่ถูกแสงแดดแผดเผา
กลับฟื้นขึ้นมาเบ่งบานได้อีกครั้ง
"นายยยยย สวยมากเลย ฉันชอบที่นี่"
พูดจบดาร์เลน่ายิ้มกว้างให้โคลล์ เธออ้าแขนออกและสูดอากาศเข้าไปอย่างเต็มปอด
"เวอร์! เเค่สวนสาธารณะ เล่นใหญ่ไปไหนเนี่ย" พูดจบ โคลล์ยิ้มเบาๆ
“เฮ้ออออออออออ สดชื่นนนนนนนนนน”
ดาร์เลน่าหายใจออกเฮือกใหญ่ พร้อมทั้งตะโกนลากเสียงยาว อย่างสบายใจ
พูดจบดาร์เลน่ายิ้มกว้างให้โคลล์ เธออ้าแขนออกและสูดอากาศเข้าไปอย่างเต็มปอด
"เวอร์! เเค่สวนสาธารณะ เล่นใหญ่ไปไหนเนี่ย" พูดจบ โคลล์ยิ้มเบาๆ
“เฮ้ออออออออออ สดชื่นนนนนนนนนน”
ดาร์เลน่าหายใจออกเฮือกใหญ่ พร้อมทั้งตะโกนลากเสียงยาว อย่างสบายใจ
คงจริงอย่างที่เขาว่า ช่วงเวลาแห่งความสุขมันมักจะผ่านไปเร็วเสมอ
เมื่อจู่ๆ โคลล์ที่นั่งชื่นชมความสดใส
ของดาร์เลน่าอยู่ดีดี ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าดาร์เลน่าเอามือไปกุมที่หน้าอก พร้อมกับใบหน้าที่ซีดเซียวคล้ายจะหมดแรงของเธอ ดาร์เลน่าทำท่าทางคล้ายกับว่าหัวใจจะวายหยุดเต้นไปอย่างกระทันหันอย่างไงอย่างนั้น ในที่สุดเธอก็ล้มลงและหมดสติไปในอ้อมแขนของโคลล์
****************************************************************************************************
ของดาร์เลน่าอยู่ดีดี ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าดาร์เลน่าเอามือไปกุมที่หน้าอก พร้อมกับใบหน้าที่ซีดเซียวคล้ายจะหมดแรงของเธอ ดาร์เลน่าทำท่าทางคล้ายกับว่าหัวใจจะวายหยุดเต้นไปอย่างกระทันหันอย่างไงอย่างนั้น ในที่สุดเธอก็ล้มลงและหมดสติไปในอ้อมแขนของโคลล์
****************************************************************************************************
คำ ปัญญา

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น