นวนิยาย : ลิขิตรักข้ามข้ามขอบฟ้า (ตอนที่ ๑๒)

ตอนที่ 12

ต้นไม้ที่งอกอยู่บนผิวน้ำ




                        ฉันเข้าใจดีว่าที่บางที่มันอาจจะทำให้เราสบาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกที่ที่ทำให้เราสบายจะเป็นที่เดียวกับที่ที่เราอยู่แล้วสบายใจ ฉันเลือกอยู่ที่นี่ ที่ๆไม่มีใครรู้จักฉัน ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ช่วยให้ร่างกายของฉันมีเรี่ยวแรงขึ้นมา หรือจะทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น แต่อย่างน้อยฉันก็สบายใจที่ฉันจะได้ไม่ต้องเป็นภาระให้คนที่ฉันรักอีก
ในขณะที่อีกฟากฝั่งหนึ่ง หลังจากที่ดาร์เลน่าหายตัวไป โคลล์และลูเซียโน่ก็รีบแยกย้ายกันออกตามหา แต่ก็ไม่พบร่องรอยของเธอ ทั้งคู่จนปัญญาไม่รู้เลยว่าจะทำอย่างไรดี  ลูเซียโน่ได้แต่ปรารถนาให้เธอปลอดภัย อย่างน้อยๆขอให้เขาได้พบเธอ ได้บอกกับเธออีกเป็นครั้งสุดท้ายว่าเขารักเธอ  โคลล์ออกตามหาดาร์เลน่าทั้งคืน เขาวิ่งวนอยู่ในสวนสาธารณะเพราะคิดว่าเธอจะต้องอยู่ในที่ที่เขาเคยพาเธอไปแน่นอน  แล้วความคิดของเขาก็เป็นจริง เมื่อเห็นเธอนั่งอยู่ใกล้ๆกับลำธารที่โคลล์เคยพาเธอไปนั่งเล่นในสวนสาธารณะ 
                                       ยัยบ้าเอ้ย!
                     เธอสนุกมากหรือไงห๊ะ  คิดว่าตัวเองเป็นใคร
                        ป่วยขนาดนี้แล้วยังกล้าไปไกลจากฉันอีกหรอ
                                  เธออยากตายจริงๆหรือไงห๊ะ
! ”
            
โคลล์ตะคอกเสียงใส่เธอด้วยความเป็นห่วงและโมโหอย่างขาดสติ  หลังจากตะคอกใส่เธอแล้วเขาก็เห็นตัวเธอสั่น พร้อมกับหวาดกลัวอะไรบางอย่าง ทันทีที่โคลล์เห็นอาการเธอเป็นดังนั้น เขาก็รีบโผเข้ากอดเธออย่างแน่น 
 
               ดาร์เลน่า  เธอ!  เกิดอะไรขึ้นกับเธอ”   
                “นาย  นาย   ฮือๆๆ 

                        
ดาร์เลน่ากอดโคลล์แน่น เอาแต่ร้องไห้และไม่ยอมพูดอะไรกับเขาเลย  เพราะเธอยังตกใจกับเหตุการณ์ที่โดนคนเมาตามจะทำร้ายเธอ จนต้องหนีมาอยู่ที่ที่เธอและเขาเจอกัน  เพราะนอกจากคอนโดของโคลล์แล้วที่ นี่เป็นสถานที่เดียวที่เธอรู้จักบนโลกใบนี้

                        หลังจากที่ทั้งคู่กลับมาถึงที่ห้องของโคลล์ ทั้งคู่ก็ปรับความเข้าใจกันเรื่องเพอร์รี่  โคลล์เล่าให้ดาร์เลน่าฟังว่าเขากับเธอตอนนี้กลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน  ระหว่างนี้เพอร์รี่ขอให้เขาช่วยเล่นละครเป็นว่ากลับมาคบกับเธอเพื่อพิสูจน์ว่าสามีของเธอจะยังสนใจอยู่หรือเปล่า เธอบอกว่าเขาทำแต่งานจนไม่มีเวลาสนใจเธอ เลยอย่ากรู้ว่าสามียังรักและอยากให้เธอกลับไปอยู่ในฐานะภรรยาหรือเปล่า โคลล์เล่าต่ออีกว่า พรุ่งนี้สามีของเธอจะกลับมาง้อและพาเธอกลับไปอยู่ด้วยกันที่อังกฤษเหมือนเดิม ดาร์เลน่ารับรู้และเข้าใจทุกอย่างที่โคลล์พูด   

                          ในขณะที่ลูเซียโน่ ออกตามหาดาร์เลน่าอย่างไร้จุดหมาย เขาเข้าๆออกๆ ร้านค้าไปทุกที่ที่มีผู้คน หรือคิดว่าเธอน่าจะไป แต่ก็ไร้เงาของดาร์เลน่า จนหมดหวัง เขาไม่รู้ว่าจะไปตามหาเธอได้ที่ไหน ได้แต่เดินๆวิ่งๆไปตามทาง เรื่อยๆ ออกตามหาดาร์เลน่า ในขณะที่ตัวเขาเองยังไม่ได้หยุดเลยตั้งแต่รู้ว่าเธอหายไป ตัวเขาเองยังไงก็ได้ ขอแค่ให้เธอปลอดภัยก็พอ  

          เช้าวันรุ่งขึ้นโคลล์ตื่นขึ้นมาทำอาหารเช้าให้ดาร์เลน่า เขาอยากดูแลเธอ ทดแทนช่วงเวลาที่ขาดหายไป

      คุณ  ผมทำกับข้าวเสร็จนานแล้วนะ เมื่อไหร่จะตื่นซักทีเนี่ย

                         ลูเซียโน่พูดพลางเดินเข้ามาปลุกดาร์เลน่า   โคลล์ถึงขั้นตกใจอย่างสุดขีดเมื่อปลุกยังไงดาร์เลน่าก็ไม่ต้อยสนอง ตัวเธอเย็นใบหน้าซีดเซียวคล้ายกับว่าเธอกำลังจะหมดลมหายใจอย่างไรอย่างนั้น เขาทำอะไรไม่ถูก จึงหยิบโทรศัพท์โทรเรียกลูเซียโน่ให้มาดูอาการของเธอ ลูเซียโน่เมื่อรับโทรศัพท์ก็รีบออกมาทันที  ทั้งโคลล์และลูเซียโน่พยายามปลุกให้เธอมีสติแต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผลเมื่อตัวของเธอเริ่มเย็นลงๆ และแขนขาของเธอก็เริ่มมีรอยช้ำเป็นจ้ำๆอยู่ทีแขนและขาของเธอ  ลูเซียโน่รีบอุ้มเธอลงจากคอนโดพาเธอไปที่ยานอวกาศเตรียมพาเธอกลับไปที่แล็ปสภาดาว  ขณะที่โคลล์ก็ไม่สามารถทิ้งเธอ  เขาไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นนอกจากดาร์เลน่าในเวลานี้ โคลล์ขอตามกลับไปที่อาร์คตุรุสด้วย ในขณะที่ทั้งคู่มีเวลาไม่มาก ลูเซียโน่จึงจำใจยินยอมให้เขาตามกลับไปที่อาร์คตุรุส 

      เมื่อยานอวกาศพาทั้งสามคนกลับมาถึงสภาดาว ลูเซียโน่ก็ไม่รีรอเขารีบอุ้มเธอลงจากยานและพาเธอเข้าไปในห้องฉุกเฉินที่สภาดาว ขณะที่โคลล์ก็ตามติด ไม่ยอมให้เธอคลาดสายตาไปไหนเลย
      สามชั่วโมงผ่านไปผู้ดูแลก็เดินออกมาด้วยสีหน้าที่หมดหวัง

                    เราช่วยสุดความสามารถแล้วค่ะ 
ตอนนี้ช่วยได้แค่พยุงร่างกายเธอไม่ใช้เย็นลงไปกว่านี้เท่านั้นค่ะ
                
                     แพทย์พูดวัลโด้และอโมรี่  ขณะที่ลูเซียโน่  โคลล์  โลคาร์ซันเดอร์ ก็ได้ยินประโยคนั้น อโมรี่หมดสติล้มพับลงไปเมื่อได้ยินแพทย์รักษาเอ่ยปากเช่นนั้น      วัลโด้ยืนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากขึ้นว่า

                                             “ฉีดยาตัวใหม่ให้เธอ     
                                   วัลโด้ออกคำสั่งให้แพทย์ฉีดยาให้ดาร์เลน่า

                     “ไม่ได้นะเว่ย  เรายังไม่เคยทดลอง ถ้าฉีดแล้วไม่ได้ผลคือตาย  แกจะยอมแลกหรอวะ”   
                             ไรเดอร์พูดสวนขึ้น 

                 “มันมีทางเลือกหรือไงวะ แกก็เห็นว่าตอนนี้เธอรอแค่หมดเวลาเท่านั้น  ทางเดียวที่ยังมีอยู่ตอนนี้คือฉีดยา
        “ถ้าฉีดไปแล้วเธอต่อต้าน แกยอมรับผมที่จะตามมาได้หรอ

                                  “ฉีด ให้เธอ” 
                        วัลโด้ยังยืนยันคำพูดเดิม ทั้งๆที่เขาเองก็ไม่รู้เลยว่าการฉีดยาให้เธอจะเป็นการเร่งเวลาให้เธอหายไปจากเขาให้เร็วขึ้น หรือจะช่วยให้ลูกสาวเขาฟื้นคืนเหมือนเก่า 
                     หลังจากได้รับคำสั่ง แพทย์ในห้องแล็ปก็ทำตามที่วัลโด้สั่ง ทุกคนได้แต่ภาวนาให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น   แพทย์สังเกตเห็นว่าร่างกายของเธอไม่มีการตอบสนองต่อยาที่ได้รับเข้าไป จึงตัดสินในเพิ่มยาเข้าไปอีก หลังจากนั้นไม่ถึงนาที ร่างกาย  ดาร์เลน่าก็เริ่มกระตุก  ทุกคนที่เฝ้ามองอยู่นอห้องแล็ปเกิดความตกใจ แม้แต่แพทย์ผู้ให้ยาแกเธอเองก็ตกใจ  ในที่สุดหัวใจของเธอก็หยุดเต้น 
                           หลังจากนั้นทุกคนก็เข้าไปบอกลาเธอเป็นครั้งสุดท้าย  ทั้งโลคาร์ซันเดอร์ วัลโด้ และอโมรี่เศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับโคลล์และลูเซียโน่ที่เฝ้าแต่โทษตัวเองว่าพาเธอกลับมาช้าไป

                        ขอโทษที่มาช้าไป ผมยังไม่ได้ทำอะไรดีๆให้คุณเลย ผมขอโทษ
                          คุณตื่นมาคุยกับผมก่อนได้ไหนดาร์เลน่า

          โคลล์กอดร่างของเธอและร่ำไห้   ในขณะที่ลูเซียโน่เอง ไม่มีทำพูดและการกระทำใดๆแก่เธอเลย เขาเอาแต่ยืนเสียน้ำตา อยู่หน้าห้องแล็ป ไม่กล้าแม้แต่จะเดินเข้าไปหาร่างของเธอเป็นครั้งสุดท้าย เพราะเขารักเธอมาก คงไม่สามารถรับความจริงไม่ได้  ขณะที่ทุกคนกำลังจมอยู่กับอาการโศกเศร้าเสียใจ  โคลล์ก็หยิบมือเธอขึ้นมาจูบลา  ต้องรู้สึกมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งเมื่อมือของเธออุ่นขึ้นและนิ้วมือของเธอตอบสนองเขา
          หลังจากที่เวลาผ่านล่วงเลยมาสามเดือนดาร์เลน่าก็มีอาการเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แม้จะยังไม่หายเป็นปกติ แต่อาการของเธอก็ใกล้เคียงกับความปกติขึ้นมาก โดยมีลูเซียโน่คอยอยู่ข้างๆและโคลล์คอยดูอยู่ห่างๆ

**********************************************************************************************
คำ   ปัญญา


ความคิดเห็น