นวนิยาย : ลิขิตรักข้ามข้ามขอบฟ้า (ตอนที่ ๑๐)

ตอนที่ 10
แล้วหัวใจของผมล่ะ ?



                                            พ่อแม่เด้อ!”
                              ดาร์เลน่าตะโกนเรียกบุคคลที่เธอเดินสวนกันไปมาด้วยท่าทางกระวนกระวาย
          พร้อมกับวิ่งโผเข้าไปกอดกันแน่น
                                หลังจากกลับมาที่บ้านดาร์เลน่าเริ่มมีอาการชัดขึ้น เธอเริ่มอ่อนแรงและเริ่มรู้สึกหนาว 
            เธอเข้าใจว่าเป็นเพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป ร่างกายจึงอยู่ในช่วงปรับสภาพ

                   “เลน่า เป็นอะไรหรือเปล่าลูก
      วัลโด้ถามลูกสาว เพราะเห็นท่าทางของเธอไม่ดี

                                       รู้สึกเพลียๆค่ะพ่อ สงสัยร่างกายเริ่มปรับสภาพมั้งคะ
                                       แต่นี่ก็สองอาทิตย์แล้ว ยังไม่หายสักที เหมือนจะหนักขึ้นด้วย

           ดาร์เลน่าตอบคำถามพ่อแล้วทำท่าทางไม่สู้ดีนัก หลังจากตอบคำถามพ่อแล้ว เธอก็ลุกขึ้นพร้อมเดินขึ้นบันได

                                                                “น่า!” 
                 เสียงวัลโด้ร้องขึ้นเขารีบวิ่งเข้าไปประคองหัวลูกสาว ตะโกนให้ลูกน้องเตรียมรถพาลูกตรงไปที่ห้องแล็บในสภาดาว  ทั้งนักวิจัยและแพทย์ในสภาดาวกันไม่ให้คนเข้าไปในห้อง ท่าทีของเธอไม่ดีนักมีแพทย์ 3-4 คนรุมที่ตัวของดาร์เลน่า วัลโด้นั่งไม่ติดด้วยความห่วงลูกสาว   แพทย์เดินออกมาด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด ท่าทางกลัดกลุ้มใจ พร้อมบอกกับวัลโด้ว่าจะต้องรักษาตามอาการไปก่อน เพราะยังไม่มียารักษาที่แน่นอน 

        ระยะเวลาล่วงเลยมานับตั้งแต่เธอกลับมาจากโลกมนุษย์ก็ผ่านมาแล้วเป็นเวลา 3 สัปดาห์ แต่อาการของเธอไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลย  ตลอดเวลา 3 สัปดาห์นที่เฝ้าและคอยดูแล เช็ดตัว นอนเฝ้าอยู่ข้างๆตลอดมาคือ คู่หมั้นของเธอ เขาต้องทนอยู่กับสภาพที่จับมือและดูแลเธอ คอยอยู่เคียงข้างเสมอมา แต่ชื่อที่เธอมักจะเพ้อหาในช่วงเวลา 21 วันที่ผ่านมาคือ โคลล์
                              ได้แต่หวังว่าเวลาจะช่วยดึงหัวใจคุณกลับมาที่เดิม ผมจะพยายามนะ
                                 ถึงแม้จะไม่รู้ว่า มันจะนานแค่ไหนก็ตาม
”     
               
(ลูเซียโน่พูดกับดาร์เลน่าด้วยน้ำตาขณะที่เธอนอนไม่ได้สติอยู่ในห้องแล็ปที่สภาดาว)

                                 “อืม อืม ...”                                ดาร์เลน่าขยับตัวเหมือนเริ่มได้สติ

                             “น่าน่าฟื้นแล้ว
 ลูเซียโน่ปาดน้ำตาและรีบวิ่งออกไปตามแพทย์เข้ามาดูอาการเธอ พร้อมทั้งโทรหาวัลโด้ กับมโมรี่
      ไม่นานทั้งโลคาร์ซันเดอร์ วัลโด้  และอโมรี่ ก็มาถึงที่ห้อง  แพทย์ตรวจร่างกายดาร์เลน่าเบื้องต้นพบว่าสภาวะต่างๆในร่างกายของเธอเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ดาร์เลน่าตอบสนองได้มากขึ้น แต่ยังไม่ถึงกับหายขาด เพราะร่างกายเธอยังดูอ่อนเพลียอยู่
 
ฝั่ง โลกมนุษย์  ที่คอนโดมิเนีย
            โคลล์กลับมาเป็นเขาคนเก่าที่เที่ยวกลางคืน นอนกลางวันในห้องเรียนที่มหาวิทยาลัย คอนโดของเขาเป็นเพียงแค่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเท่านั้น แทบจะอยากย้ายที่อยู่ไปเลย เพราะความทรงจำที่คอนโดทำให้เขาเจ็บปวด จนไม่สามารถอยู่คนเดียวในคอนโดนี้ได้เลย จนกระทั่ง  ...

                              “โคลล์!”   
            เสียงผู้หญิงคนหนึ่งร้องเรียกชื่อเขาในขณะที่เขากำลังเดินโซซักโซเซสภาพ เมามาย ไม่เหลือคาบหนุ่มหล่อคณะบริหารธุรกิจเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อยที่กำลังพิงอยู่ที่ประตูห้องของเขาพร้อมกับหยิบคีย์การ์ดเปิดประตูห้อง
             เขาหันไปมองจ้องอยู่สักพัก โคลล์ขยี้ตาเบาๆ ด้วยฤทธิ์ของมึนเมาทำให้เขาคิดว่าตัวเองกำลังเพ้อและภาพที่เห็นคือภาพลวงตา และเขาก็ค่อยๆเดินไปทำท่าจะเอามือไปคว้าคนที่เห็นอยู่ตรงหน้าแล้วทุกอย่างก็มืดไป  จนถึงเช้าของอีกวัน โคลล์ลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองนอนอยู่ที่เตียงในห้องนอนตัวเอง เขาได้กลิ่นอาหารที่เขาชอบ โชยเข้าจมูก สิ่งแรกที่นึกขึ้นในหัวคือดาร์เลน่ากลับมาแล้ว เขารีบวิ่งออกไปแล้วตะโกนสุดเสียง                  
                             เลน่า! ”
                   แต่ต้องพบกับความผิดหวังเพราะหญิงสาวที่เธอเห็นไม่ใช่ดาร์เลน่าแต่เธอคือ
                           เพอร์รี่  
                  หญิงสาวหันมายิ้มให้เขาอย่างสดใส  เธอตั้งโต๊ะอาหารและดึงแขนเขาให้นั่งลงที่โต๊ะอาหาร  โคลล์ในขณะนั้นก็ทำตามที่เธอให้ทำทุกอย่างพร้อมกับความงุนงง  จนเขาเริ่มเรียบเรียงเหตุการณ์ได้ว่า เมื่อคืนนี้ไม่ได้ฝันไป เป็นเธอจริงๆที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา และตอนนี้เธอกำลังนั่งทานข้าวอยู่ที่โต๊ะอาหารในคอนโดของเขา เหมือนเมื่อ 3 ปีที่แล้ว  เขาเริ่มเปิดบทสนทนาว่า
         “คุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่เห็นรู้เรื่องเลย”              
         “พักแล้วแหละ กลับมาเงียบๆอ่ะ ไม่ได้บอกใคร
   เพอร์รี่ยิ้มและตอบด้วยสีหน้าเหมือนปกปิดความจริงบางอย่าง
           แล้ว...สามีคุณไม่มาด้วยหรอ ” 
เพอร์รี่ก้มหน้า ทำหน้าเศร้า เธอตอบคำถามเขาด้วยการส่ายหัว
        “ผม ถามได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณสองคน ?” 

         “เฮ้อเธอออออ  ทำไมปล่อยตัวเองแบบนี้เนี่ย สภาพดูไม่ได้เลยพ่อเทพบุตร  โทรมหนักมากกกกกกกก”  
    เพอร์รี่ถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วเปลี่ยนเรื่องคุย  คราวนี้กลับเป็นฟากฝั่งของโคลล์เองที่ทำหน้าเศร้า  กับประโยคที่เพอร์รี่เอ่ยขึ้น   ทันทีที่เธอเห็นสีหน้าของเขาเปลี่ยนไป เธอเองก็เศร้าตามไปด้วย เธอถามเขากลับด้วยความรู้สึกผิด

          “โคลล์ เป็นแบบนี้เพราะเพอร์รึเปล่า ? เพอร์ขอโทษนะที่..วันนั้นเพอร์ตัดสินใจแบบนั้นไปอ่ะ  
     เพอร์รี่ถามด้วยน้ำเสียงเศร้า เธออธิบายต่อว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเธอรู้ว่าที่ผ่านมา เขาเสียใจมากที่เธอทิ้งเขาไปแต่งงานกับนักธุรกิจรุ่นพี่ของโคลล์และไปใช้ชีวิตอยู่ที่อังกฤษสามีของเธอ

                 “ถ้าเป็นผมคนเมื่อก่อนคงโกรธอยู่หรอก แต่พอได้ลองคิดทบทวนดูแล้วระหว่างนักศึกษาที่รวยได้เพราะมรดก ไม่ทำอะไรเลยซักอย่าง นอกจากเที่ยวกับใช้เงิน  กับนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง มีหน้าที่การงานที่มั่นคง มีความรับผิดชอบ เป็นใครเขาก็ต้องเลือกทางที่ดีกว่าอยู่แล้ว ถูกป่ะ ที่สำคัญเพอร์ก็ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองคนเดียวนิ  ”  โคลล์อธิบาย

               “ขอบคุณนะที่ไม่เกลียดกัน  ขอบคุณจริงๆนะโคลล์ เพอร์รู้สึกผิดมาตลอดเลย ในที่สุดก็ได้เข้าใจกันสักที ” 
     เพอร์รี่กอดโคลล์ด้วยความรู้สึกที่ทั้งคู่ต่างรู้ดีแล้วว่า ทุกอย่างจากนี้จะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ห้องพักฟื้นผู้ป่วย ที่สภาดาว
             
                     ดาร์เลน่าอาการยังคงทรงตัวไม่ดีขึ้นมาก แต่ก็ไม่ได้แย่ลง ห้องสี่เหลี่ยมให้อารมณ์คล้ายกับว่าอยู่ในโรงพยาบาล ที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่อุปกรณ์ระโยงระยางเต็มไปหมด มันทำให้เธอรู้สึกเบื่อ ดาร์เลน่าเดินออกนอกห้องพักฟื้นในชุดผู้ป่วยสาว  เธอเดินเข้าไปในห้องๆหนึ่งที่ดูเหมือนว่าเป็นห้องรวบรวมทีวีขนาดใหญ่  เมื่อเดินเข้าไป สิ่งที่เธอเห็นคือ จอที่วีเหล่านั้นฉายภาพโลกมนุษย์ เกือบจะทุกมุมบนโลกให้เธอเห็น ดาร์เลน่าตรงเข้าไปสนใจทีวีเครื่องเดียวที่กำลังนำเสนอข่าวคนประสบอุบัติเหตุที่รุนแรง ภาพที่เธอเห็นคือ โคลล์ ที่นอนเปลที่กู้ภัยใช้เครื่องตัดผ่านนำร่างเขาออกมา ในสภาพที่เลือดเต็มใบหน้า  ดาร์เลน่ารู้เพียงแค่ว่าต้องกลับไปที่โลกมนุษย์อีกครั้ง และต้องได้พบเขา  โคลล์จะต้องปลอดภัย 
       ดาร์เลน่าหนีออกจากห้องแล็ปในสภาดาววิ่งตรงไปยังห้องเก็บยาน  ทันทีที่เธอขึ้นไปเธอก็รีบออกยานและพุ่งตรงมายังโลกมนุษย์ในทันที่     ในขณะที่ลูเซียโน่มาพร้อมกับช่อดอกไม้ที่เธอชอบ
ตั้งใจจะมาบอกเธอว่าทันที่ดาร์เลน่าได้กลับไปพักฟื้นที่บ้าน
 เขาจะขอเธอแต่งงาน  แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะขณะที่เขากำลังจะเดินไปที่ห้องพักฟื้นของเธอก็ได้ยินเสียงยาน พร้อมกับกลุ่มควันโขมงปกคุมไปทั่วบริเวณห้องเก็บยาน  เขารีบวิ่งตรงไปที่ห้องพักฟื้นพบว่าดาร์เลน่าหายตัวไป ทำให้เขารู้ได้ทันทีเลยว่า เธอ กำลังจะกลับไปหาหัวใจของเธอ

สุดท้าย  คุณก็ไม่เลือกผมจริงๆด้วย ดาร์เลน่าลูเซียโน่ตัดพ้อ
  

                  1วันต่อมา
               ลูเซียโน่ได้รับคำสั่งจากวัลโด้ให้ตามไปรับตัวดาร์เลน่ากลับไปรักษาตัว เขามุ่งตรงไปที่บ้านของโคลล์
  ทันทีที่โคลล์เปิดประตู     เขาก็เห็นโคลล์ในสภาพหน้ามีบาดแผลและตามตัวมีรอยพกช้ำเต็มไปหมด ไม่รอช้าลูเซียโน่เดินเข้าไปค้นห้องของโคลล์ แต่กลับไม่พบเธอ โคลล์งงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนเมื่อลูเซียโน่เริ่มใจเย็นลงเขาจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้โคลล์ฟังว่าดาร์เลน่าสภาพร่างกายอ่อนแอมากและการที่เธอมาที่นี่ยิ่งจะทำให้ร่างกายเธอแย่ลง  ทั้งคู่ตกลงกันว่าจะแยกย้ายกันออกตามหาดาร์เลน่า 
          ฝั่งดาร์เลน่าพอเครื่องลงจอดแล้ว ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่เต็มร้อยของเธอ ทำให้เธอหมดสติไป
    โคลล์ตามหาดาร์เลน่าจบพบเธอใกล้ๆกับสวนสาธารณะที่เขาเคยพาเธอไปเที่ยว เห็นเธอนอนหมดสติ   ชายหนุ่มรีบวิ่งเข้าไปประคองกอดเธอและพาเธออกลับไปที่คอนโด 

ความคิดเห็น